| love-postcards's profilelovepostcard's spacePhotosBlogLists | Help |
|
November 27 มาร่วมกันยินดีด้วยกันนะถึงเพื่อนๆ ชาว love-postcards ทุกคน
มาร่วมกันยินดีด้วยกันนะ
เว็บของเราได้ลงสัมภาษณ์ลงในคอลัมน์ ชุมนุมคลับ
คอลัมน์หนึ่งกลางกระดาษของวารสาร เสาร์สวัสดี ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
บทสัมภาษณ์ที่เกิดขึ้นได้วันนี้
ถ้าไม่มีเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ คนรักโปสการ์ด
เว็บ lobe-postcards ของเราก็จะไม่มีความหมาย
มันก็อาจจะเป็นเว็บธรรมดาๆ ของคนรักโปสการ์ดแค่คนเดียว
บทสัมภาษณ์ (บางส่วนที่จำได้) ที่คุณนิ ได้โทรมาขอสัมภาษณ์
คุณนิ : ช่วยเราเริ่มต้นของชุมนุมคนรักโปสการ์ดหน่อยค่ะว่าเป็นมาอย่างไร
นายโปสการ์ด : ก่อนอื่นต้องขอออกตัวไว้ก่อน ว่าให้สัมภาษณ์ไม่ค่อยเก่ง อาจจะพูดไม่รู้เรื่อง ยังไงคุณนิก็ไปเรียบเรียงเอาหน่อยแล้วกันนะ
เว็บ love-postcards เริ่มต้นจากการที่เราเป็นคนชอบเขียน เริ่มเขียนตั้งแต่เป็นจดหมาย มี pen friend จนกระทั่งจากจดหมายได้กลายมาเป็นโปสการ์ด
แค่กระดาษแผ่นเล็กๆ ใบหนึ่งที่ส่งหากันมีข้อความ มีความหมาย เป็นบทสรุปตอนหนึ่งที่ได้ใจความและไม่เยิ่นเย้อ
จนวันหนึ่งเราก็คิดว่า จากคนที่เคยหาเพื่อน เราก็อยากให้เพื่อนมาหาเราบ้าง ด้วยการมีพื้นฐานการเขียนเว็บเล็กๆ น้อยๆ เราก็เลยเริ่มต้นทำเว็บ love-postcards ขึ้นมา
หวังว่าจะมีคนที่รักโปสการ์ดเหมือนกัน มาแลกที่อยู่ มาแลกมิตรภาพ ส่งโปสการ์ดหากัน
มันก็ทำให้เราได้รู้ว่า คนที่ชอบโปสการ์ดไม่ใช่มีแค่เราคนเดียว ยังมีคนอีกเยอะที่ชอบที่จะเขียน
บางคนเขียนหาแต่ตัวเอง แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นเขียนหาใคร จนมาเจอเว็บเราเข้า
และเราก็ดีใจที่เว็บเราได้เป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนมิตรภาพตรงนี้
คุณนื : แล้วคิดว่าการเขียนโปสการ์ดมีเสน่ห์ยังไง
นายโปสการ์ด : มันมีเสน่ห์อยู่ที่การรอคอยนะ คุณคิดดูสิกลับบ้านแล้วเราเปิดตู้จดหมายดูก็พบว่ามีโปสการ์ดที่ส่งถึงเรานอนรอเราอยู่ รอเรามาหยิบอ่าน มันมี Massage คนที่อยากส่งให้เรารอให้เราได้อ่าน มันคลาสสิคนะ ตรงที่เราไม่ได้รีบร้อน แต่เกิดความรู้สึกดีๆ
คุณนิ : เห็นในเว็บมีการสอนทำโปสการ์ดทำมือด้วย
นายโปสการ์ด : ก็ไม่เชิงเรียกว่าเป็นการสอน เรียกว่าการแบ่งปันความรู้กันมากกว่า เพราะโปสการ์ดทำมือจริงๆ มันก็ทำง่ายๆ แค่คุณมีกระดาษแค่แผ่นเดียว อยู่ที่ว่าตั้งใจจะทำกับมัน ชอบที่จะทำกับมันซักแค่ไหน กับโปสการ์ดที่มีใบเดียวในโลก คนส่งก็ภูมิใจ คนรับก็สุขใจ
คุณนิ : เห็นว่ามีการจัดมีทติ้งกันด้วย
นายโปสการ์ด : เคยมี แค่เมื่อสองสามปีมาแล้วละ คราวนั้นจัดไปเมืองโบราณ ก็ไปขี่จักรยาน เวลาเหนื่อยก็มานั่งเขียนโปสการ์ดถึงคนที่ไม่ได้มาให้อิจฉากัน จริงๆ ก็ตั้งใจจะจัดขึ้นอีก แต่ด้วยภาระงาน ด้วยเวลา อาจจะไม่ตรงกัน ก็คงต้องรอกันต่อไปซักพัก
คุณนิ : เห็นว่าไปเที่ยวมาเยอะท่าทางจะเป็นคนชอบเที่ยว คือไปเที่ยวแล้วเขียนโปสการ์ดหาตัวเองด้วยใช่ไหม
นายโปสการ์ด : เป็นคนชอบเดินทางมากกว่า แล้วก็เขียนโปสการ์ดเก็บไว้เพื่อเป็นความทรงจำ ว่าเราเคยไปเที่ยวที่ตรงนี้มาด้วย ไม่ว่าใกล้หรือไกล บางคนสะสมแต่สแตมป์ แต่คนเขียนโปสการ์ดอย่างเราได้หมด ได้ทั้งโปสการ์ด สแตมป์ ตราประทับ และข้อความ มันมีค่าแก่การจดจำทั้งนั้น
ฯลฯ
ด้วยเมมโมรี่ อันน้อยนิด จำเรื่องที่ได้คุยกันแค่นิดๆ หน่อย ยังไงก็รอลุ้นอ่านดูในเสาร์สวัสดีวันเสาร์นี้กันดีกว่า
ขอบคุณคนรักโปสการ์ดทุกคน
เรารักกันตลอดไปนะ
November 23 คิดถึงโปสการ์ดนี้เมื่อลมหนาวพัดมา..ส.แสนคำ เพื่อนโปสการ์ดบนดอย
ผู้พาตัวเองจากเมืองอีสานขึ้นไปทำงานบนดอยสูง - ดอยแม่สะเรียง
ส่งโปสการ์ดมาทีไร ก็ชี้ชวนให้มองถึงบรรยากาศดีๆ บนที่สูง
ชวนให้รู้สึก "อยาก" แบกเป้ขึ้นไปหาซักครั้ง
"เมื่อลมหนาวพัดมาอีกครั้ง ชีวิตของผลกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
ธรรมชาติ ฤดูกาล มีอิทธิพลกับใครหลาคน
ฤดูกาลบ่งบอกนิสัยคนเชื่อไหมครับ?"
ในเวลาวันหยุด วันพักผ่อน คนบนดอยนายนี้ไม่เลือกที่จะลงจากเขาเพื่อไปแสวงหาความสุขจากที่อื่น
แต่เขากลับออกเดินทาง ไปเลาะเล็มทุกอย่าง ที่เป็นความงาม ของแม่ฮ่องสอน
นี่ถ้าอยู่อีกหลายๆ ปี เขาก็คงจะหลับตาเดินที่นี้ได้ ไม่ว่าจะเจอโค้งซักกี่พันโค้ง
"การเดินทางบนถนนสาย 108 ด้วยรถเครื่องนับว่าเป็นเรื่องที่สนุกอยู่ไม่น้อย จาก อ.แม่สะเรียง จนถึง อ.เมือง แม่ฮ่องสอน ระยะทาง 164 กม. กับโค้งนับไม่ถ้วน..ปีนี้ดอกบัวตองสวยงามกว่าปีก่อน อากาศก็กำลังพอดี ช่วงเวลาที่เหมาะสุด คือกลางเดือน พ.ย. แบบนีละ
ฝนหมดแล้ว แต่เมื่อคืนก็มีฝนหลงฤดู วันที่เจอฝนตอนค่ำที่ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน เล่นเอาแม่ค้าเก็บจองแทบไม่ทัน
การเดินทางครั้งนี้ทำให้รู้ว่า..
1. ธรรมชาติสวยงาม
2.ไปเรื่อยๆ ก็ดี
3.ตัวเองขับรถเครื่องไม่เก่ง
4.วัดวาที่แม่ฮ่องสอนสวยดี
5.ต้องชมแม่ฮ่องสอนตอนกลางคืนต่างจากพระธาตุดอยกองมู
ฉันเคยไปแม่ฮ่องสอนมาสองครั้ง ในชีวติที่ผ่านมา
ครั้งแรก ไปลอยกระทง ที่ เมืองปาย ติดตาและยังติดใจอยู่ทุกวันนี้
ครั้งที่สอง เลยจาก ปาย เข้าไปถึง อ.เมือง
ถึงแม้ความเป็นเมือง จะทำให้รู้สึกต่างจาก ปาย ด้วยตัวอาคารสถานที่
แต่บรรยากาศและความรู้สึก ไม่ทำให้เราแปลกแยก ความเป็นแม่ฮ่องสอน
เมืองบนที่สูงฝั่งเหนือเลย
โค้งหลายพันโค้งยังเป็นที่การันตีสำหรับคนอึด
ใครขึ้นแม่ฮ่องสอน ไม่มีอ้วก !! จะยกนิ้วให้
ปีนี้ฉันเขียนโปสการ์ดไปถึง ส.แสนคำ หวังจะขึ้นไปเยือนที่นั้น และให้เป็นเจ้าบ้านต้อนรับคนเมืองกรุง
แต่หนุ่มดอยรีบชิงตอบกลับมาซะก่อนว่า "คงจะลงดอยหลบไปที่ไหนซักแห่ง 3 อาทิตย์สุดท้ายของปี เลยไม่อาจต้อนรับแขกเหรื่อได้ มีแขกอยากมาเยี่ยมหลายท่าน แต่เจ้าบ้านปิดบ้านหนีอากาศเย็นไปหาอากาศหนาว.."
ไม่เป็นไร ฉันหวังว่าอย่างน้อย บนที่สูงที่กว่าเราจะขึ้นไปถึง คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเร็วเท่ากับบนพื้นราบอีกแล้ว
สิ่งดีๆ ก็ยังคงรอเราอยู่
และซักวัน ฉันว่า ฉันคงไปถึง.
|
|
|